Connect with us
X

บันเทิง

อาณาจักร ‘เจมส์ มาร์’ ทองท่วมหัว ถ่อมตัวเป็นลูกจ้างช่อง 3

ทองท่วมหัว ถ่อมตัวเป็นลูกจ้างช่อง 3
อาณาจักร ‘เจมส์ มาร์’ ทิ้งนามสกุลใหญ่ไม่กล้าเผยตัว รวย 1,000 ล้านไม่ใช้เงินมรดกสักบาท

เป็นพระเอกเนื้อหอม มีผลงานให้ติดตามอยู่สม่ำเสมอ สำหรับหนุ่มตี๋รูปหล่อ เจมส์ มาร์ ที่ตอนนี้ฝีมือการแสดงได้พัฒนาขึ้นมาก

นอกจากผลงานการแสดงมีให้ติดตามเยอะแล้ว แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลายคนยังไม่รู้ก็คือ หนุ่มเจมส์ มาร์ คนนี้เป็นทายาทของนักธุรกิจพันล้าน

โดยมีคุณพ่อชื่อ สมิต อัศรัสกร เป็นเจ้าของนิคมอุตสาหกรรมอัญธานี โดย เจมส์ มาร์ ก็ได้เปิดเผยถึงสาเหตุที่ไม่บอกเรื่องนี้กับใคร

ก็เพราะว่าไม่อยากให้นามสกุลในการทำงานของตัวเองไปกระทบธุรกิจของครอบครัว ครอบครัวตนเป็นครอบครัวใหญ่ ตนเป็นเพียงแค่หลานคนหนึ่งในตระกูลเท่านั้น

ไม่ได้ร่ำรวยอะไร และชื่อจริงๆ ของเจมส์ มาร์ก็คือ เจมส์ อัศรัสกร แต่เนื่องจากต้องเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงจึงอยากได้ชื่อและนามสกุลที่คนจำง่าย

จึงขออนุญาตใช้นามสกุลจีนของคุณพ่อ “สาเหตุที่ผมไม่ได้ใช้นามสกุลนี้ในการเข้าวงการบันเทิงเพราะตอนที่เข้าช่อง 3 การที่ไปเจอพี่เอ

การที่นักแสดงคนหนึ่งจะมีชื่อที่ทุกคนเรียกแล้วจำได้ก็เป็นเรื่องสำคัญ ส่วนใหญ่ทุกคนจะมีชื่อเล่นกับชื่อจริง บังเอิญชื่อจริงของผมคือเจมส์

เรามีชื่อแล้วก็นามสกุลเลย พี่เอเลยถามว่านามสกุลจีนของพ่อคืออะไร เพราะฝั่งพ่อท่านเป็นคนจีน ก็เลยบอกว่า มาร์ เขาก็เลยใช้ชื่อนี้ในวงการบันเทิง”

“และครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรก ที่มีคนถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมอยู่วงการมา 5 ปี ไม่มีใครถามเรื่องนามสกุลของผมเลย คือที่บ้านผมเป็นครอบครัวใหญ่ ได้ปรึกษากับที่บ้าน

พี่เอก็ได้คุยกับที่บ้านขออนุญาตใช้ชื่อนี้ หลายคนโฟกัสว่าเป็นทายาทเจ้าของธุรกิจ อันนั้นก็มีส่วนที่ครอบครัวทำ แต่ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ผมทำงานด้วยตัวเอง หาทุกอย่างสร้างชีวิตด้วยตัวเอง ส่วนที่บ้านเราก็โชคดีที่เราได้เกิดมาอยู่ในครอบครัวที่ใหญ่ มีพี่น้องเยอะ นอกเหนือจากนั้นเราก็เป็นแค่หลานคนหนึ่ง

แถมหนุ่มเจมส์นั้นถือว่าเป็นพระเอกช่องที่ทั้งหล่อ ทั้งเก่งแถมยังถ่อมตัวมาก ๆ เพราะทุกครั้งที่หนุ่มเจมส์มีโอกาส เขาจะเดินทางไปทำความสะอาดยังบ้านของพี่เอ

ผู้ที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับเขา แม้จะถูกมองว่าสร้างประวัติเรื่องลูกครึ่งขึ้นมา แต่ก็มีพี่เอที่อยู่เคียงข้างและช่วยในการเผยความจริงทุกอย่างให้ทุกคนรู้

เพราะหนุ่มเจมส์นั้นคยถูกจับผิดเรื่องของเชื้อสายที่ว่าหนุ่มเจมส์นั้นไม่ได้เป็นลูกครึ่งจีนแต่อย่างใด เพราะเขาไม่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้

จนทำให้เกิดดราม่ามาช่วงหนึ่ง แต่เจ้าตัวก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเขานั้นไม่เคยสร้างประวัติหรือหลอกใคร เรื่องทุกอย่างนั้นล้วนแต่เป็นเรื่องจริงทั้งสิ้นค่า

More in บันเทิง